สถิติ
เปิดเมื่อ14/08/2017
อัพเดท13/01/2018
ผู้เข้าชม1872
แสดงหน้า2710
ปฎิทิน
January 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

กรดไฮยาลูรอนิค Hyaluronic Acid คืออะไร

อ่าน 23 | ตอบ 0
กรดไฮยาลูรอนิค Hyaluronic Acid (HA) คืออะไร

กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เรียกสั้นๆว่า HA (บางครั้งจะได้ยินว่า Hyaluronan หรือ hyaluronate ซึ่งก็เป็นจำพวกเดียวกัน) คือสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย และร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง โดยทั่วไปจะพบอยู่มากที่บริเวณจุดเชื่อมต่อ ข้อต่อ ข้อเข่า เนื้อเยี่อ เซลล์ผิวหนั่ง โดยมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี (โดยเฉพาะที่ข้อต่อ ข้อเข่าต่างๆ) และเพิ่มความยืดหยุ่นความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวหนัง เพราะHyaluronic acid มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีมาก



หากร่างกายขาด Hyaluronic acid ก็จะส่งผลให้ปวดข้อเข่าข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดเวลาเดินเพราะไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสี ระหว่างกระดูกข้อต่อนั่นเอง และอาจส่งผลให้เซลล์ผิวขาดความยืดหยุด ความชุ่มชื้น หยาบกร้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวมีสุขภาพไม่ดี

 
 
ด้วยเหตุนี้ จึงมีการนำ Hyaluronic acid มาใช่ในวงการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาปวดข้อเข่าข้อต่อ รวมถึง ใช้ในวงการความงาม ทั้งในรูปของอาหารเสริม เครื่องสำอาง รวมทั้งการฉีด Dermal Filler ซึ่งเป็นการใช้ Hyaluronic acid มาช่วยป้องกันริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นและอ่อนนุ่มให้แก่เซลล์ผิวแล้วก็ยังช่วยเรื่องการเจริญ เติบโตของเซลล์ ช่วยให้คอลาเจนและอีลาสตินประสานกันอย่างมั่นคงมากขึ้น ที่สำคัญมีความปลอดภัยสูงมากๆ
 

ไฮยาลูรอนิคนี้  จัดเป็นประเภทของ glycosaminoglycan  ซึ่งมีหน้าที่ต้านการอักเสบ และการบวมน้ำ  หน้าที่หลัก ๆ ของ glycosaminoglycan นั้นคือการช่วยรักษาระดับน้ำในร่างกาย  เติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการของร่างกาย  และลำเลียงไปยังโมเลกุล

 

ถ้าขาดสารตัวนี้จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวด  เพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูกข้อต่อนั่นเอง  และมันยังถูกใช้ในวงการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่ออีกด้วย

 

ประโยชน์ของกรดไฮยาลูรอนิคที่มีต่อผิวหน้า

สำหรับผิวหน้าของเรานั้น  กรดตัวนี้จะถูกผลิตขึ้นและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนังชั้น dermis (ผิวชั้นล่าง) และกระจายไปถึงผิวหนังชั้น epidermis (ผิวหนังชั้นบน)  บทบาทสำคัญที่เราควรตระหนักก็คือ  มันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปรกติหลายเท่า (โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดี sebum บนผิวชั้นนอก ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจขึ้นมาบ้าง)  เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ  ผิวหน้าก็จะดูอ่อนกว่าเยาว์  ดูเนียนเรียบขึ้น  ริ้วรอยลดลง  มีความยืดหยุ่น  นุ่มนวล  และดูมีชีวิตชีวา  

 

 
 

กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% อีกด้วย   นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect) และโดยปกติการไหลเวียนของเลือดจะเป็นตัวนำของเสียออกจากเซลล์ตามธรรมชาติ แต่สำหรับเซลล์ผิวที่ไม่ได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง  กรดไฮยาลูรอนิคนั้นขะช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวในส่วนนั้น  และยังช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์เหล่านั้น  แต่เมื่ออายุมากขึ้น  ตั้งแต่ 30-40 ขึ้น ไป  การผลิตกรดไฮยาลูรอนิคตามธรรมชาติก็ลดน้อยลงไปด้วย  ผลก็คือผิวที่จะสูญเสียความชุ่มชื่น ผิวแห้งขึ้น  และขาดความยืดหยุ่น  สิ่งที่จะตามมาไม่ช้านั่นก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น  และความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิคสำหรับผู้ที่ มีอายุมากขึ้นหรือผู้ที่มีผิวแห้ง  ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลผิวพรรณนั่นเอง

 

โดยสรุป ประโยชน์ของ กรดไฮยาลูรอนิค Hyaluronic acid (HA) คือ ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิวตามธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นถึงผิวชั้นใน ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ ป้องกันและบรรเทาอาการปวดข้อเข่าและข้อเสื่อมของเนื้อเยื่อข้อต่อกระดูก ปกป้องเรติน่าของดวงตา

 

HYALURONIC ACID  มีผลอย่างไรต่อริ้วรอย
Hyaluronic acid (กรดไฮยาลูโรนิก)  เป็นสารที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปี  และนิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว  ปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมมาตลอด  เป็นเพราะว่ามันออกฤทธิ์ได้ผลดี โดย เฉพาะช่วยในการลดริ้วรอย Hyaluronic acid  นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์โดยเฉพาะทางด้านความงาม (ทั้งในรูปครีมทาและยาฉีด) และในธุรกิจเครื่องสำอางเอง  
 
ร่างกายคนเราสามารถสร้าง Hyaluronic acid ได้เอง  โดยพบมากที่ผิวหนัง อุ้มน้ำได้ดีมาก และยังช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระและช่วยกรองรังสี UV ได้อีกด้วย  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า โดยลำพังแล้วกรดไฮยาลูโรนิกก็จัดได้ว่า เป็นสารที่ช่วยชะลอความแก่ที่มีประสิทธิภาพดีตัวหนึ่งเช่นกัน
 
ขอบคุณข้อมูลจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/honeymay/2013/12/17/entry-1

 

 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :